มาต่อกันเลย
กับความเชื่อเรื่องของแปลก ประหลาด และการขอหวย
คือตอนนี้จุดประสงค์ ที่เขียนไม่ได้อยากดูถูก หรือเหยียดหยามอะไรยังไง
อยากให้มองไปในแง่ความน่ารักของคนไทยละกัน

พฤติกรรมแบบนี้มีแค่ชาติเราชาติเดียวแหละภูมิใจกันหน่อย
ว่าแล้วก็ขอโยงไปที่หนังสือเล่มหนึ่งก่อนจะเข้าเรื่อง

เป็นหนังสือชื่อเรื่องว่า Very Thai เขียนโดย Philip Cornwel-Smith
พี่แกเป็นฝรั่งจ๋าเลยแหละ มาเขียนเรื่องราวน่ารัก ที่พี่แกคิดว่า



นี่แหละโคตรจะไทยแต๊ๆเลย
ตัวอย่างภายในเล่มน่าสนใจมาก เครื่องรางของขลัง
หรือทิชชู่สีชมพูมีแค่ประเทศไทยนะ เรื่องราวความงมงายเลข9
และที่สำคัญมีเรื่องพวกของแปลกประหลาด ขอหวย โชคลางด้วย
ตามไปอ่านกันได้ที่แผงหนังสือ ร้านคิโน หรือห้องสมุดทั่วไปก้น่าจะมีนะ
http://www.verythai.com/

ต่อกันเลย

1. แก้วสารพัดนึก โอล่ะพ่อ!! ชะ เอิง เอย

ไม่น่าเชื่อเนอะ ข่าวเก่านี้ครึกโครมเป็นประเด็น ฮา อับ อายขาย หน้าทั่วประชาชี
ลามไปยัง ผู้เชี่ยวชาญ จะส่งไปตรวจนาซา บ้าบอ อะไรมากมาย




แถมมีการลุกลาม ข่าวก็เสนอไม่หยุด โผล่ที่นู่น ที่นี่

นอกจากนี้ เชื่อจริงๆว่า คนเรามันเพ้อเจ้อได้ถึงขนาดนี้ ตั้งแต่
[ปากคำชาวบ้านในแต่ละพื้นที่]

"ฮือฮาตัวประหลาดตกจากฟากฟ้าขณะพายุฝนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง เรืองแสงคล้ายผีพุ่งไต้หล่นตุ๊บ ลงข้าง บ้าน ตื่นเช้ามาพบเคลื่อนที่จากจุดที่ตกมาอยู่หน้า บันไดบ้าน ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตลักษณะคล้ายหนอน ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ สีขาวขุ่นมีแกนคล้ายน้ำแข็งอยู่ภายใน สุดประหลาดพอจับจะหดตัว แต่พอใส่ในขวดโหลตัวจะพองใหญ่ขึ้น เจ้าของเชื่อให้โชคลาภจุดธูปบูชา ขณะที่ชาวบ้านแห่ดูพูดเป็นเสียงเดียวกันเกิดมาเพิ่งจะเคยเห็น"

บ้างก็ว่าเป็น

"เชื่อตัวอ่อนหรือไข่ของ!นอกโลกเล็ดลอดเข้ามา บ้างว่าเป็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่าง "



โหยมันมีชื่อด้วยเว้ยเฮ้ย แถมพระยังมาสวดให้อีก

"ตัวประหลาดคล้ายวุ้นที่หล่นจากฟ้าในบ้าน เจ้าของบ้านเชื่อเป็นสิ่งวิเศษฟ้าประทานให้ช่วยรักษามะเร็งร้าย ตั้งชื่อ แก้วสารพัดนึก มั่นใจมีชีวิต เพราะยืดได้หดได้ นิมนต์พระทำบุญเพื่อสิริมงคล เผยเป็นข่าวมีคนขอซื้อราคาแพงลิ่วไม่ยอมขายเด็ดขาด"


โอ้ว ปรากฎการดราก้อนเจล ถ้ามีครบ 7 อัน จะเกิดความรุ่งเรือง โอ้ว~~~

"มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัดบอกว่า วัตถุลึกลับที่ได้มาเป็นของศักดิ์สิทธิ์ อย่าขายให้ใครเป็นอันขาด โดยระบุด้วยว่า หากใครมีในครอบครอง 7 อัน จะทำให้เจริญรุ่งเรือง สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ "

โอ้วมันบอบช้ำได้ด้วย

"นางกฤษณาเปิดเผยด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าว่า หลังนำเจ้า "เเก้วสารพัดนึก" ไปออกอากาศ ในรายการบ้านเลขที่ 5 ปรากฏว่าเจ้าตัวประหลาดเกิดอาการบอบช้ำอย่างหนัก เนื่องจากกระทบกระเทือนระหว่างเดินทาง รวมทั้งต้องเจอกับความร้อนของแสงสปอตไลต์ที่ส่อง ทำให้เนื้อเยื่อบางส่วนหลุดลุ่ยขาดออกมา แต่ไม่เหม็นและไม่เน่าไม่เปื่อย มีลักษณะใสอยู่ตลอดเวลา ตนได้กำชับห้ามใครเคลื่อนย้ายหรือสัมผัสเเล้ว "

ที่สำคัญ มันไม่ได้มาแค่ 1 มันยังพาเพื่อนมาอีกเพียบ
ราวกับอุปทานหมู่

"เช้าวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม มีข่าวเพิ่มเติมออกมาว่า พบวัตถุประหลาดคล้ายกันอีกที่ย่านรามคำแหงในกรุงเทพฯ
ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม ก็มีข่าวว่าพบวัตถุคล้ายคลึงกันนี้อีกที่ เขตประเวศ และเขตจอมทองในกรุงเทพฯ และที่อำเภอเมือง จังหวัด ขอนแก่น เป็นการพบหลังจากที่ฝนตกหนักในคืนก่อนนั้น "

มันกลายเป็น เครื่องเตือนให้คนทำดี

"เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งประหลาดเกิดในชุมชนตนเองมองว่า อาจจะเป็นสิ่งว่าจะมีภัยภิบัติเกิดขึ้นในภายหน้าเตือนให้มนุษย์ระวังถึงภัยของปรากฏการณ์ของธรรมชาติที่เกิดขึ้น ตนเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน าอจจะเป็นสิ่งเตือนภัยให้คนได้ทำความดีกัน"



ที่หนักกว่าคือ
เมื่อความมจริงเปิดเผย ยังมีชาวบ้านปิดหูปิดตา เชื่อในสิ่งที่เฮ็ดอยู่ และเฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ

"ชาวบ้านไม่สนวัตถุประหลาดจะเป็นเจลลดไข้เด็ก ยังคงแห่กันไปดูหนอนวุ้นที่จังหวัดอุทัยฯ กันเพียบ เจ้าของบ้านเชื่อเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แถมนำเศษเนื้อเยื่อที่หลุดลุ่ยมาคลุกข้าวกินเฉยไม่สนใครจะว่าอย่างไรทั้ง ๆ ที่กระทรวงวิทย์ฯ-อย.- สธ. ออกมาเเถลงไขปริศนาระบุความจริงไปเเล้ว"

สรุป มันคือแค่ เจลลดไข้ พองน้ำ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะลาม ทำให้ขายหน้ากันทั้งประเทศได้ขนาดนี้
ดีที่ชาวต่างชาติไม่ตีแผ่ข่าวนี้ด้วย งั้นม้วนต้วนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน


____________________________________________________________

2.มันมากับวันออกพรรษา

พอถึงช่วงออกพรรษาข่าว เรื่องราวพญานาคจะออกมาโลดแล่นบนหน้าหนังสือพิมพ์ทุกปี
ทำให้ชาวบ้าน แตก ตื่น ตะลึง อึ้ง ทึ่ง ฮือ ฮา งึนงัน งุงิ


มาดูกันมันมีตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ

เริ่มกันที่ ฮือฮากิ่งต้นปาล์ม เป็นหัวพญานาค

"ที่บริเวณทางเข้าโรงเรียนด้านทิศเหนือ หน้าอาคารชั้นป.2 มีต้นปาล์มกำลังงามปลูกเรียงราย พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาพากันจุดธูปเทียนและใช้มือลูบคลำเพื่อหาเลขเด็ด ที่ต้นปาล์มต้นหนึ่งสูงขนาด 3 เมตร ที่บริเวณโคนต้นพบมีการนำผ้าหลากสีมาผูกมัดไว้ มีม้านั่งหินอ่อนมาวางไว้ พร้อมกับจัดธูปเทียน กล้วยน้ำว้า น้ำหวานสีแดง ใส่แก้ววางบูชา กลิ่นควันเทียน ธูปคลุ้งกระจาย"