เชื่อว่าในที่นี้หลายคนก็เคยสังสัยคำถามเหล่านี้
ซึ่งสามารถพบได้ในร้านกาแฟเกือบทุกร้าน

วันนี้ผมจะมาประมวลไขข้อสงสัยให้ฟังครับ

________________________________________

ปริศนา สายน้ำไหลเป็นทางมิหยุดหย่อน

 ชื่อเวอร์เนอะ คิดว่าหลายๆคนคงเคยอ่านข่าวนี้มาบ้างแล้ว

สตาร์บัคส์ ร้านกาแฟชื่อดัง ถูกกล่าวหาว่าใช้น้ำประปาเปลืองมาก นับแล้วเสียน้ำวันละหลายล้านลิตรต่อวัน ผู้ที่เปิดเผยข่าวคือ นางลิซ่า วูลฟี ชาวเมืองเฮดฟอร์ดไชร์ ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า "ฉันเห็นอ่างน้ำหลังเคาน์เตอร์เปิดน้ำไหลอยู่ตลอด จึงถามกับพนักงาน เขาตอบว่า เป็นนโยบายของสตาร์ บัคส์ที่ต้องการเปิดน้ำทิ้งไว้ เพื่อให้ท่อน้ำสะอาด ฉันฟังแล้วแทบไม่เชื่อ จึงโทรศัพท์ไปถามที่สำนักงานใหญ่ ก็ได้คำตอบเดียวกัน น้ำนี้ไม่ได้นำไปรีไซเคิลด้วย"

สตาร์บัคส์มีกว่าหมื่นสาขาทั่วโลก ส่วนในอังกฤษมี 698 สาขา หมายความว่า ถ้าเปิดน้ำประปาไว้เช่นนี้ตลอด ก็จะเปลืองน้ำเฉพาะในอังกฤษถึงวันละ 1.6 ล้านลิตร นายปีเตอร์ โรบินสัน เจ้าหน้าที่ขององค์กรสิ่งแวดล้อม "เวสต์วอตช์" กล่าวว่า "นโยบายเปิดน้ำประปาไว้ตลอดเวลานี้น่าตกใจมาก" ขณะที่สตาร์บัคส์โต้ว่า การเปิดน้ำไว้ดีต่อสิ่งแวดล้อมและดีต่อการล้างช้อนให้สะอาด เพื่อไม่ให้นมตกค้าง - เดลี่เมล์


ถ้าผมเป็นคนทั่วไปคงจะด่าร้านกาแฟเละเลย ทำไมใช้น้ำเปลืองอย่างงี้
แต่ตอนนี้ผมทำงานร้านกาแฟ อยากจะวิ่งเข้าไปตบหัวคุณนางลิซ่าเหลือเกิน

มาพูดถุงอุปกรณ์สายน้ำไหลที่ She เห็นก่อน
ซึ่งเค้าเรียกว่า Dipper Well

ลักษณะมีหลายแบบมาก แต่คล้ายๆกันคือเป็น ถังสแตนเลสแบบนี้แหละ
มีก็อกสำหรับปล่อยน้ำ ตัวถังสามารถระบายน้ำได้ตลอดเวลา ทำให้เปิดก็อกยังไงน้ำก็ไม่ล้น

ประโยชน์
อุปกรณืนี้ประโยชน์ของมันคือการระบายน้ำ สร้างออกซิเจนในน้ำ เพื่อฆ่าเชื้อโรค
พวกเราอาจจะไม่รู้ ในการชงกาแฟเนี่ย นม เป็นของเหลวที่อันตรายต่อผู้บริโภคมาก
เพราะแบคทีเรียเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด และในอุณหภูมิประมาณ 15 ํ ซ.
แบคทีเรียที่เติบโตได้นม ได้แก่ แบคทีเรียที่ผลิตกรดแลคติก กรดบิวทีริก (buteric acid) และกรดโพรพีโอนิก (propeonic acid) และแบคทีเรียที่ทำให้นมเน่าเสีย และมีกลิ่นเหม็น

ไม่แปลกที่ร้านกาแฟส่วนใหญ่เทนมทิ้งทันทีหลังจากสตรีมนมชงกาแฟให้ลูกค้าแล้ว
ถามว่าเสียดายไหม เราเสียดายครับ ทุกครั้งเราจะพยามใช้นมให้หมดภายในการชงครั้งเดียว
ส่วนช้อน อุปกรณ์ที่ใช้ชงนม เนี่ย เราล้างด้วยน้ำสะอาดทันที

นมที่ไม่ได้ใช้ชงถ้าทิ้งไว้อุณหภูมิต่ำกว่า 120 ฟาเรนไฮส์ หรือประมาณ 50 องศา เราจะทิ้งทันที
หรือนมที่ตั้งทิ้งไว้เกิน 15 นาที ก็ทิ้งเหมือนกันครับ

เหตุที่ต้องใช้ Dipper Well ส่วนหนึ่งเพราะความสะดวกรวดเร็ว คือเราใช้อุปกรณ์เสร็จเราทิ้งลงบ่อ[Dipper Well]
ได้ทันที ไม่ต้องมาเสียเวลาล้าง สามารถชงแก้วต่อไปได้ทันที อีกเหตุผลเพราะการระบายน้ำของตัวบ่อ
สามารถฆ่าเชื้อโรคด้วยการหมนุเวียนออกซิเจน ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า กาแฟทุกแก้วที่ชง สด และสะอาดครับ

สุดท้ายนี้ พวกเราก้ตระหนักนะครับถึงการประหยัดน้ำ
เวลาลูกค้าไม่มีเราก็จะปิดก็อกครับ เมื่อจะชงค่อยเปิดใหม่ ช่วยโลกครับ
ทีนี้นางลิซ่าจะว่าไง พอเราไม่เปิดบ่อ มันก็จะฟ้องเราหาว่าอุปกรณ์สกปรกอีก เจริญครับ


ปล.  บ่อน้ำบำบัดแค้น เอ้ย Dipper Well นี้ยังเห็นได้ในร้านไอศครีมเหมือนกัน เช่น Swensen's มีหลักการเดียวกัน
[ก็ไอศครีมก็ทำมาจากนมนิ] เค้าไว้แช่สกู๊ปเวลาตักไอติมเสร็จ

 

___________________________________________________

ปริศนา กากกาแฟ ตายแล้วไปไหน! 

หลังจากเราชงกาแฟแต่ละแก้วเสร็จ เราเคาะกากกาแฟทิ้ง ถามว่ากากกาแฟนี้เอาไปทำไรได้มั่ง

- เอาไปปลูกต้นไม้ครับ กากกาแฟ ก็เหมือนเป็นพวกพืชเปลือกแข็ง ทำให้น้ำไหลผ่านได้ดี ช่วยให้ดินร่วนซุย
นอกจากนี้ในกากกาแฟ ยังมีพวกธาตุ ไนโตรเจนสูง ไนโตเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญของดีเอ็นเอ, อาร์เอ็นเอ และโปรตีน ซึ่งพืชจะต้องใช้ในการเจริญเติบโต กากกาแฟยังมีโพแทสเซียม, ฟอสฟอรัส และสารอย่างอื่นอีกเล็กน้อยที่ช่วยเพิ่มพัฒนาการของต้นไม้เรา

ก็ลองเอาไปใส่ต้นไม้ดูนะครับ จะได้ออกดอกออกผล สวยงาม แข็งแรงนะครับ

- เอาไปดับกลิ่น อันนี้ช่วยได้จริง ผมลองเอากลับไปใส่ตู้เย็น ใส่ตู้เสื้อผ้า หรือใส่ในรองเท้าก็ได้ โอ้ววว
กลิ่นสุดยอดมาก อารมณ์เหมือนมีร้านกาแฟอยู่ที่บ้าน หลักการมันเหมือนถ่านครับ คือช่วยดูดกลิ่น
พอกลิ่นหมดค่อยทิ้งไป เอาไปปลูกต้นไม้ต่อ ประโยชน์สองเด้ง

- เอาไปขัดผิว สำหรับสาวๆ อันนี้เรื่องจริงพี่ที่ร้านผม เอากากกาแฟกลับบ้านไปขัดผิวจริงครับ!!
เค้าบอกว่าขจัดเซลส์ปิวที่ตายแล้วออก คงเหมือนเอาเกลือไปขัดผิวแหละ
แต่กากกาแฟละเอียดกว่า ก็ขัดเวลาอาบน้ำเหมือนฟอกสบู่แหละ แล้วล้างออกแค่นั้น
ผมไม่แนะนำกับผิวบริเวณอ่อนไหวเช่น ใบหน้านะ บางคนอาจแพ้
ส่วนตัวผมไม่เคยลองแฮะ -"-

-เอาไปทำงานฝีมือ อันนี้จริงๆ ต้องยกเครดิตให้พี่ยุ่น คือคุณ คุณโอซามุ ฟูจิ ช่างคิดเหลือเกิน ที่เห็นอยู่นี้เป็นถ้วยกาแฟที่ทำจากกากกาแฟผสมดินเหนียว



- ไม่แนะนำเอากลับไปชงครับ คุณจะได้แต่น้ำดำๆ กลิ่นขมๆ ไหม้ๆ

- เริ่มอยากได้กากกาแฟไปใช้แล้วใช่ไหมล่ะครับ ทำไมยังไงล่ะถึงจะได้มา?
สั้นครับๆ "ขอ" ได้ที่ร้านกาแฟใกล้บ้านคุณ

ผมว่าไม่มีร้านกาแฟร้านไหนงกกากกาแฟที่ชงแล้วหรอกครับ
เพราะปกติ ชงเสร็จก็เคาะกากทิ้งใส่ knock box
พอเต็มเราก็เอาไปเททิ้งถังขยะ จะดีกว่าไหมถ้าเราแบ่งปัน
ให้กาแฟแต่ละเมล็ดได้ใช้ประโยชน์สูงสุดของมันอย่างคุ้มค่า

แต่อาจจะต้องขอเป็นช่วงเวลาหน่อยนะครับ สังเกตที่ knock box ถ้าเต็มแล้วก็ไปขอกันได้เลย




__________________________________________________________________

ปริศนา เครื่องชงเรือนแสนนน

ปริศนานี้น่าสนใจมาก ผมว่าหลายคนคงมีความขัดแย้งในใจ กินกาแฟแก้วละร้อยกว่าบาท
กับกินข้างถนน 20 บาท ต่างกันตรงไหน กาแฟสดเหมือนกัน เครื่องชงแรงดันเหมือนกัน
ขอบอกว่า ต่างครับต่างมากด้วยยยยย

มาทำความรู้จักเครื่องชงกันก่อน เราจะเน้นไปทางเครื่องชง Espresso Machine สำหรับชงกาแฟเอสเปรสโซนะครับ
เครื่องชงเอสนี่มีอยู่สองแบบครับ

แบบแรก ขอเรียกว่าแบบการค้าละกัน [Commercial Use]

ลักษณะ
-เครื่องจะใหญ่ตุ๊ต๊ะ ติดตั้งยุ่งยาก มีการต่อท่อน้ำผ่านเข้าเครื่องโดยตรง
-มีหัวชง 2 กรุ๊ปขึ้นไป
-มี Boiler ในตัว
-ที่สำคัญราคาแพงมาก ถอยรถคันนึงได้เลย



แบบที่สอง ขอเรียกว่าแบบบ้านๆละกัน

ลักษณะ
-รูปร่างเล็กกระทัดรัด
-มีหัวกรุ๊ปเดียว
-เธอออปชั่นเพียบ ตีฟองนมได้ บางครั้งมีเครื่องบดกาแฟในตัวอีกด้วย
-ค่าตัวคุณเธอน้องๆมือถือแจ่มๆสักเครื่อง

 ========================================

ถามว่ามันต่างกันอย่างไร

1. ความดัน
อธิบายสั้นๆครับ เครื่องชงแบบนี้ใช้ความดันน้ำชงกาแฟออกมา เครื่องบ้านๆ ความดันไม่ถึงพอ
เครื่องชงแบบร้านค้า แรงดันน้ำจะสูงมาก ชงกาแฟได้ดีกว่าอร่อยกว่า ฟันธงว่าเครื่องบ้านๆ
ทำ Perfect shot ไม่ได้แน่ๆ ไปลองสักเกตได้เลยครับ

2.อุณหภูมิ
เครื่องชงแบบร้านค้า จะรักษาอณุหภูมิได้ดีกว่า เพราะมีหม้อต้มน้ำในตัว ซึ่งจะต้มน้ำเดือตลอดเวลา
สำหรับสร้างไอน้ำในการเป่าฟองนม มั่นใจได้ว่าจะชงสัก 100 แก้วกาแฟก็ร้อนเป็นมาตราฐานเดียวกันทุกแก้ว
แต่เครื่องบ้านๆ ต้องคอยเติมน้ำหลังเครื่อง แล้วรอคุณเธอต้มน้ำจนเดือด พอชงไป สองแก้ว น้ำหมด
พอเติมน้ำใหม่น้ำก็ไม่ร้อนแล้ว ชงกาแฟไม่อร่อยแล้วครับ

3.การเป่าฟองนม
เครื่องร้านค้าเป่าฟองนมจะได้นมที่เนียนมากกกก เปรียบได้กับนมนางงามเนียนนุ่มละมุนลิ้นชนะประกวด
แต่เครื่องบ้านๆคุณเธอทำได้แค่นมวัยรุ่นแตกพาน ฟองนมหยาบกระด้าง นมไม่ร้อน
เพราะไอน้ำที่คุณเธอต้มน้ำเก็บไว้หลังเครื่องมีไม่พอสำหรับการเป่าฟองนมน่ะสิ มันก็ทำได้แค่ในระดับหนึ่ง

4.มาตราฐานอุปกรณ์
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ต่างกันมาก เครื่องบ้านคุณเธอเน้นศัลยกรรมพลาสติก เสียเร็วมากครับ คอนเฟิร์ม
การดูแลรักษายากทำความสะอาดยาก

นี่แหละคือปัจจัยราคาแพงของกาแฟแต่ละแก้ว
เครื่องดีๆ ราคาถอยรถได้เลยนะครับ แน่นอนกาแฟที่ออกมาอร่อยเหาะ
อันนี้จะมาบังคับรสนิยมทานกาแฟแต่ละคนไม่ได้

ซึ่งส่วนใหญ่ซุ้มกาแฟสดส่วนใหญ่จะใช้เครื่องบ้านๆชงกัน คุณภาพราคาก็ได้แบบนั้นอ่ะครับ
ใครอยากได้สุนทรีกาแฟอร่อยๆก็ลองมองหาร้านราคาถูกๆที่ใช้เครื่องแบบร้านค้าดูนะครับ

__________________________________________

ปิดท้ายด้วยกาแฟที่ชงจากนมนางงามครับ
น่ากินมากมาย


และ



และ



[ขอขอบคุณภาพลาเต้อาร์ทแจ่มๆจาก งาน Thailand Asian Coffee &Tea Festival 2008 ]

ภาพสุดท้ายคิดว่าทุกคนคงอยากเห็นนมวัยรุ่นบ้าง
จัดให้ครับ

[ขออนุญาตเจ้าของภาพนะครับ หาจากกูเกิลมา ครั้งหน้าพยามสตรีมนมใหม่นะครับ ^^]

 

edit @ 30 Mar 2009 22:11:18 by Dei